เมื่อ Semantic กำลังใกล้เข้ามา (ภาค1)

60 ปีที่แล้ว Digital Computer ทำให้ข้อมูลของเราอ่านได้ 20 ปีที่แล้ว Internet ทำให้ข้อมูลเหล่านั้นง่ายต่อการเข้าถึง 10 ปีที่แล้ว search engine crawler ตัวแรกถือกำเนิดขึ้นจาก database เพียงตัวเดียว Google ทำให้หลาย ๆ องค์ประกอบ ทฤษฎีในทัศนคติเป็นจริง Google ในทุก ๆ วันนี้กลายเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรม ไม่ว่าใครต่อใครก็ต้องใช้ Google ฝังลึกหยั่งรากลงไปมากกว่าที่เราจะทันรู้ตัว

ข้อมูลมากมายมหาศาลเหล่านั้น ที่ Google เก็บมาไว้ใน database ของตน เมื่อ 10 ปีที่แล้วหลาย ๆ คนคงอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาไร้สาระ แต่ในทุกวันนี้ผมคิดว่าแม้กระทั่ง 1 ตัวอักษร Google ก็ขายได้ มองย้อนกลับไปในยุคของ Kilobytes ข้อมูลจะถูกจัดเก็บบันทึกลงใน Floppy Disk ผมยังจำได้เวลาไปโรงเรียนเราจะพกแผ่น Floppy Disk ทั้งหลายเหล่านี้ไว้สำหรับ class ที่ต้องเรียน Computer ตั้งแต่ยังต้องท่องจำ Command Line ต่าง ๆ เพื่อที่จะสั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้ตามที่ใจเราอยาก ต่อมาเป็นยุคของ Megabytes ข้อมูลทุก ๆ อย่างถูกเก็บลงใน Hard Disk และ มันก็ถูกพัฒนาไปเรื่อย ๆ จนสามารถเก็บข้อมูลได้เป็น Terabytes โดยที่ตัวมันเองก็เท่าเดิม แต่ใช้ Disk Array ในการจัดเก็บข้อมูลลงไป แล้วยุคของ Petabytes ล่ะจะจัดเก็บลงไปที่ไหน? มันจะถูกจัดเก็บลงไปใน Cloud (Cloud ในที่นี้คือ กลุ่มของ Supercomputer ที่จัดเก็บ Application และ ข้อมูลที่ถูกติดตั้งไว้ในทุกที่ ทุกมุมของโลก) ลองนึกดูว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าข้อมูลขนาด 1 Petabytes ถูกเก็บลงในฐานข้อมูลของ Google ทุก ๆ 72 นาที

จากที่เราต้องบริหารความสัมพันธ์โครงสร้างของ Folder สู่การบริหารความสัมพันธ์โครงสร้างของ กลุ่มของข้อมูล (กลุ่มของ Folder หลาย ๆ อัน) สู่การบริหารความสัมพันธ์ของ ห้องสมุดข้อมูล และ ในยุคของ Petabytes เราจะต้องบริหารความสัมพันธ์ของ "ความสัมพันธ์" พอจะเห็นอนาคตรำไรแล้วใช่มั้ยครับ ว่าเราต้องบริหารความสัมพันธ์ของเหล่า ความสัมพันธ์ ซึ่งก็คือ Semantic นั่นเอง มันเป็นโครงสร้างที่ยาก แต่ก็เริ่มจะมองเห็นเค้าความจริง จะเกิดอะไรขึ้นถ้าความสัมพันธ์ถูกเรียบเรียงโครงสร้างได้อย่างดี เป็นระเบียบ และ มีประสิทธิภาพ Google อาจจะทำให้เรารู้ว่า คำว่า นักศึกษา มหาวิทยาลัย คือ a college student ในภาษาอังกฤษ คือ 大学生 ในภาษาญี่ปุ่น ต่อไปในอนาคต อาจจะเกิดวัฒนธรรมการโฆษณาแบบใหม่ จาก Google ถึงคุณก็ได้ ถ้า Google สามารถจดจำพฤติกรรมของคุณจากการเข้าใช้งานตัว Google เอง

ณ เวลานี้หากคุณสังเกตผลการสืบค้นดีดี คุณจะเห็นความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ Crawler ของ Google สามารถเก็บมาได้ แต่ก็เป็นเพียงบาง Website ที่มันสามารถเข้าใจได้ถ่องแท้ในตอนนี้ หาก Model ของ Semantic Web ถูกนำไปใช้ในทุก ๆ เวป ทั่วโลกมันจะเกิดอะไรขึ้น อาทิ หากเราทำตาม WAI ให้ได้มากที่สุด และ นำเทคโนโลยีที่ W3 ตระเตรียมไว้ให้ใช้เพื่อโยงใยให้เข้า concept ของ Semantic Web จะมีผลต่อ Crawler ของ Google อย่างไร มันเป็นสิ่งที่ผมกลับมานั่งคิด และ สงสัยจากการได้พูดคุยครั้งล่าสุดกับเพื่อนคนนี้ พร อันทะ 1 เดือนก่อนหน้าที่เขาจะจากไปทำภาระกิจที่เขารักในที่ห่างไกล และ ผมก็จะพยายามคิด และ ลองนำมาแนะนำ นำมาเสนอต่อ

ผมอาจจะเคย แนะนำ และ พูดคุยกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ThaiCSS ไปแล้วบ้าง แต่ ณ​ ที่นี้ เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ มีข้อสงสัยอะไรที่อยากถามไถ่ เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อคิดกัน หรือ มีแนวคิดเกี่ยวกับ สิ่งที่ผมครุ่นคิดแล้วเขียนออกมานี้ อยากนำเสนอ และ แลกเปลี่ยน เรามาคุยกัน ตรงนี้กันเถอะครับ

ขอบพระคุณมากครับ พบกันใหม่ในภาค 2

Back to Top

0 Responses to เมื่อ Semantic กำลังใกล้เข้ามา (ภาค1)

  1. พร อันทะ

    นึกเสียดายอยู่เนืองๆ กับสิ่งที่ได้เตรียมการเอาไว้ กลัวจากหายไปนานๆ แล้วมันจะลืมทั้งหมด Semantic Web มันไม่ได้ยากเกินไป หรือหนักเกินความพยายามที่จะเข้าใจ เพราะเราก็รู้ว่าถ้าเราเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อน เมื่ออนาคตมาถึงแล้วมันจะทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นชนาดไหน
    ถึงแม้ว่าผมไม่ได้อยู่ในชีวิตของคนอินเทอร์เน็ตแล้ว แต่ก็ยังอยาก ยังพยายามจะเลี้ยงเรื่องราวเหล่นี้เอาไว้ในสมอง จนกว่าผมตัดขาดจากมันได้แล้วจริงๆ ผมยังนั่งติดตามมันอยู่ เพียงแต่ไม่ได้ทำแค่นั้นแหละครับ แต่พอไม่ได้ทำนานๆ มันคงจะลืมไปเอง

    Reply

  2. โดม

    อ่า thk เขียนตัว clawer search engine อยู่รุ้เลยว่าทำไม ต้อง xhtml

    Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Connect with Facebook

Back to Top