สวัสดีชาว ThaiCSS ทุกคนครับ บทความวันนี้ผมจะพูดถึง Attribute นึงที่ทุกคนจะต้องใช้งานบ่อยๆ หลายคนก็เลือกที่จะไม่ใช้ หรือพอใช้ก็ไม่แน่ใจว่าใช้งานถูกต้องหรือไม่ซึ่ง Attribute ตัวนี้คือ "alt" หรือ Alternative text นั่นเอง วัตถุประสงค์ของมันมีไว้ช่วยในการอ่านข้อมูลที่เป็นภาพ เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้ใช้ทุกคนเข้าถึงข้อมูลในเว็บเราได้อย่างถูกต้อง
ลองนึกภาพถ้าหากเราใช้งานเว็บในช่วงที่อินเตอร์เน็ตมีปัญหาอยู่ ซึ่งบราวเซอร์ไม่สามารถแสดงภาพออกมาประกอบการอธิบายบทความที่คุณอ่านอยู่ สิ่งหนึ่งที่สามารถช่วยคุณได้เวลานั้นคือ Alternative text ทีสามารถอธิบายเพื่อให้คุณเข้าใจความหมายระหว่างภาพและเนื้อหาได้สมบูรณ์ขึ้น และอย่าลืมว่ามีแต่เราเท่านั้นที่จะใช้งานเว็บไซต์ได้ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจจะมีปัญหาทางประสาทสัมผัสที่จะต้องใช้เครื่องมือหรือซอร์ฟแวร์ให้การเข้าถึงเว็บไซต์ดังนั้นเราจึงไม่ควรที่จะมองข้าม Attribute เหล่านี้เพื่อให้เว็บไซต์ของเราทุกคนสามารถเข้าถึงได้
ปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่ยากที่สุดสิ่งหนึ่งในการเขียน HTML และ CSS คือ การตั้งชื่อ Class และ ID ถึงแม้ว่า ในตอนนี้จะหมดยุคของการตั้งชื่อ Class เพื่อเขียน CSS แล้วก็ตาม เราสามารถเขียน Combinator selectors หรือ Simple selectors แบบ Type Selector ผสมกับ Child Selector กันไปได้ใน CSS2.1 ถึงกระนั้น เราก็ยังจำเป็นต้องสร้าง Class เพราะว่า การตั้งชื่อ Class และ ID ไม่ได้เกี่ยวอะไรโดยตรงกับ CSS
บางคน หรือหลายคน หรือส่วนใหญ่ เอาเป็นว่าส่วนใหญ่แล้วกันครับ สำหรับคนที่รู้สึกด้วยตังเองแบบไม่อ้างตนว่าเขียน HTML เป็น คงรู้กันว่า class ของ HTML ไม่ได้เอาไว้ให้ CSS ใช้งานเป็นหลัก
class ของ HTML คือภาษา HTML ไม่เกี่ยวกับภาษา CSS ภาษา CSS นั้นมาขอใช้งานภาษา HTML ด้วยการสั่งงานผ่าน HTML Attribute ที่ชื่อ class เท่านั้น และหรือในกรณีเดียวกัน CSS ก็ขอเอี่ยวกับ Attribute id ของ HTML ไปด้วย
อย่างที่บทความก่อนหน้านี้เรื่อง class ที่ รดิส ได้เขียนเอาไว้ เรื่อง "attribute class และ การใช้งานอย่างถูกต้อง" class ของ HTML มีเอาไว้เพื่อจำแนก "ของที่มีอยู่ในหน้าเอกสาร ที่มีพฤติกรรมแบบเดียวกัน" ส่วน id มีเอาไว้เรียกชื่อเพื่อระบุการมีตัวตอนของ ของ แต่ละชิ้น เช่น ในห้องเรียนชั้น ม.5 ห้อง 5/3 มีเด็กแนวกลุ่มหนึ่ง ชื่อ "เกรียนเมพ" ในกลุ่มนั้น มีนักเรียนชาย5 คน นักเรียนหญิง 5 คน ถ้าเรามาเขียน HTML ก็จะจำแนกออกเป็นสอง classes คือ class="นักเรียนชาย" และ class="นักเรียนหญิง"
ในกลุ่มนี้จะประกอบไปด้วย class, id และ title เรามาดูรายละเอียดของแต่ละตัวกันครับ
class และ id นั้นจะเป็นตัวกำหนดชื่อเรียก (label) ต่าง ๆ ให้กับ element เหล่านั้น ซึ่งชื่อเรียกเหล่านี้อาจจะเป็นตัวกำหนดการจำแนกลักษณะกลุ่มของข้อมูล กลุ่มลักษณะการทำงานของ xhtml element นั้น ๆ โดยจะร่วมทำงานกับ JavaScript หรือ css ก็ได้ และยังรวมไปถึงการเป็นจุดอ้างอิง (anchor) สำหรับการอ้างถึงภายในหน้า webpage เดียวกัน ดังตัวอย่างต่อไปนี้
<div id=”header-wrapper”>
<p class=”purple-line”>Lorem … Ipsum … blab bla bla</p>
<p>Lorem … Ipsum … blab bla bla</p>
</div>
id มักจะใช้กับอะไรที่เป็น unique คือ เป็นหนึ่งเดียว สำคัญไม่ซ้ำกับใครใน webpage หนึ่ง ๆ จะมี id ตัวนั้น เพียงแค่หนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นจุดอ้างอิง xhtml element ที่เรียก id นั้นไปใช้ จะถูกเรียกไปใช้ได้เพียงครั้งเดียว