web standard บนเวทีการเมือง

จากที่พรได้ส่งบทความ เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง จาก Bruce Lawson ที่เขียนใน webstandards.org เกี่ยวกับ Web Standards ที่ได้ถูกนำเข้าไปบัญญัติเป็นกฏหมายของประเทศอังกฤษให้ผมได้ลองอ่านดูแล้ว มันทำให้อดนึกสะท้อนถึงสภาพการณ์ ณ เวลานี้ในประเทศเราหลาย ๆ อย่าง แต่ช่างมันพูดแค่ไอ้เรื่องที่มันเกี่ยวข้องกับเราเท่านั้นก็พอ

โดยสรุปแล้วนั้น รัฐบาลอังกฤษได้ร่างกฏหมายเกี่ยวกับ Web Standards และ Guideline คร่าว ๆ ขึ้นมาแล้ว ซึ่งจะประกาศ “อย่างเร็วที่สุด” ในวันที่ 13 พฤศจิกายน นี้ ซึ่งจะปล่อยออกมาจริง ๆ หรือไม่คงต้องเฝ้ารอดูกันต่อไป แต่แนวโน้มความเป็นไปได้คงจะสูง เพราะตอนนี้มีคำสั่งออกมาแล้วว่า website ใดใดก็ตามที่เป็นของรัฐบาลอังกฤษ (.gov.uk) นั้นจำเป็นจะต้องออกแบบ และ สร้างขึ้นตามมาตรฐาน WCAG 1.0 ของ W3 ที่บัญญัติไว้นั้นในระดับ Double-A (หรือ Level-AA) โดยทั้งหมดจะต้องปรับปรุงให้เสร็จสิ้นภายในเดือน ธันวาคม 2551 และ จะขยายผลสู่ Website อื่น ๆ ต่อไป (เมื่อร่างกฏหมายนั้นถูกประกาศ) เหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบอย่างไร?

พิจารณากันแค่ภายในประเทศของเขา

ก็คงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ผมว่าน่าจะสำคัญเลยล่ะ แต่คงไม่เดือดร้อนอะไรกันมากนักเพราะ web standards นั้นเริ่มกันมานานแล้วในบ้านเมืองเขานั้น ผู้ผลิตหรือพัฒนา software สำเร็จรูปต่าง ๆ อย่างพวก CMS ทั้งหลายคงต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้าง software ของพวกเขากันหน่อย เพื่อให้มั่นใจได้ว่า CMS ของพวกเขานั้นสามารถจัดการ และ ทำให้เนื้อหาใน website ต่าง ๆ ที่นำ CMS ของพวกเขาไปใช้ หรือ พัฒนาต่อนั้นจะผ่าน Level-AA ขึ้นไปแน่นอน เพราะคงไม่มีใครมานั่งเขียนตาม requirement ใหม่ไปเรื่อย ๆ แน่ ๆ และ ประชาชนตาสารพัดสีของเขาเนี่ยที่อยากจะทำ website หรืออยากจะมี website เป็นของตัวเองก็จะได้นำไปใช้อย่างมั่นใจว่า website ที่ฉันทำเนี่ยจะไม่ถูกซิว รวมถึงผู้ให้บริการต่าง ๆ ที่เป็น e-… ต่าง ๆ หรือจะเป็น blog, community และ อื่น ๆ ก็คงต้องปรับกันให้เสร็จสิ้น

พิจารณากันในแง่ของเวทีโลก

เกี่ยวกับธุรกิจคงกระทบกันหมดแน่นอน ไม่ว่าคนที่ทำงานให้บริษัทที่อังกฤษ freelance หรือ บริษัทต่าง ๆ ที่ทำงานในฟิลด์นี้ หรือ นอกฟิลด์ก็เถอะ (ก็เปิด website นี่นา) ก็คงต้องปรับเปลี่ยนปรับปรุงฝีมือการทำงาน ปรับปรุง website โอยยย … สารพัด แล้วอย่างไร เมื่อเกิดผลกระทบทางธุรกิจ เมื่อมีการนำร่องในการออกกฏหมายคุณคิดไหมว่าใครจะตาม ตอนนี้อาจจะเป็นประเทศญี่ปุ่นก็ได้ เพราะตอนนี้ญี่ปุ่นนั้นคลั่งมากไม่ว่าอะไรก็ต้องเป็น Standard ตลาด Web กำลังเดือดพล่านตัดราคากันสะบั้นหั่นแหลก ลูกค้าก็ไม่รู้หรอก Standard แท้ หรือ Standard เก๊ แต่เมื่อมี W3C ที่ญี่ปุ่นแล้วเนี่ย และ ประเทศอังกฤษก็ออกกฏหมายแล้วเนี่ย ผมว่าญี่ปุ่นตามมาแน่นอนจากนั้นก็คงจะตาม ๆ กันไปในหลาย ๆ ประเทศ

ทำไม?

ทำไม … เพราะอะไรถึงต้องทำ มองในแง่ จริยธรรม ศีลธรรม จรรณยา คือ เขาเล็งเห็นความสำคัญของประชาชน เขาเล็งเห็นถึงคุณประโยชน์ที่จะได้รับ เขามองเห็นอะไรดีดีที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า ซึ่งคุณเคยคิดไหมว่า เราเห็นฝรั่งมันชอบทำตัวบ้า ๆ บอ ๆ หรือ ญี่ปุ่นมันงี่เง่าอะไรแค่ไหน แต่สิ่งที่ผมมองเห็นได้คือ จริยธรรม หรือ ศีลธรรมในใจเขาจะดีกว่าผู้ใหญ่ หรือ วัยรุ่น หลาย ๆ คนในบ้านเรา (หมายถึงสภาพสังคมนะ ผมไม่ได้หมายรวมเสียหมดนะครับ) มาหันมองทางรัฐบาลบ้างสิ เช่นกัน ทุก ๆ อย่างจะเริ่มจากรัฐบาล รัฐบาลทำให้เห็นก่อน แล้วขยายผล ไปสู่ภาคเอกชน ประชาชน รัฐบาลทำให้เห็น ไม่เหมือนประเทศฉันนี้ และ อื่น ๆ อีกยืดยาวบ่นเอาจจะง่ายกว่าพิมพ์มันเมื่อยนิ้ว

เมื่อไรจะเปลี่ยนแปลง

กระทรวง ICT แท้ ๆ website เปิดใน Internet Explorer เองจะรอดมั้ยยังต้องนั่งลุ้นกันตัวโก่งเลย คงไม่ต้องพูดถึง website อื่น ๆ คงไม่ต้องพูดถึงไอ้นักการเมืองทั้งหลายที่มันจ้องจะคาบภาษีประชาชน วัน ๆ คุณนั่งคิดอะไรกันบ้าง พูดมากกว่าทำ (จะโดนจับหรือเปล่าวะกู) อย่ามัวแต่ห่วงย้ายพรรค แลกตัว แลกตำแหน่ง หรือ จะปราศรัยแก้จนเอย่างเดียวเลยครับ มองปัญหาบ้านเมืองบ้างว่ามีอะไร และ มองเรื่องการพัฒนาการศึกษากันเสียบ้าง (ด้วยได้ไหม คิดอะไรให้มันก้าวหน้า ต่อยอดบ้างอย่าสอนให้เด็กโง่ พัฒนาบุคคลากรบ้าง) ลูกหลาน เหลนโหลน เราจะเป็นอย่างไร เคยสังเกตกันบ้างหรือไม่ เด็กสมัยใหม่นี่ เริ่มขี้เกียจกันมากขึ้น ใช้สมองกันน้อยลง “ขอ” เป็นส่วนใหญ่ ก้าวร้าว รุนแรง ศีลธรรม จริยธรรมเบื้องต้นมันเริ่มหายจากไป จะทำอย่างไร การใช้สื่อที่ไม่ถูกต้อง การเห็นแก่ได้มากกว่าคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิด (อารมณ์ประมาณว่า ช่างแม่งเด่ะ ไม่ใช่ลูกหลานกู หรือ ช่างเหอะน่า เอาพอส่ง ๆ ไปก่อน พอสั่งแก้แล้วค่อยทำ) ให้มันได้แบบนี้ มันจะได้เจริญ ๆ กัน

ผมก็แค่เขียนขึ้นมาให้รับทราบ รับฟัง ช่วยกันออกความเห็นกันในระดับหนึ่ง คงมีอีกหลายคนที่มองว่าคงเป็นเพียงเรื่องไร้สาระเรื่องหนึ่ง ตอนนี้คุณอาจจะยังบอกแบบนั้นได้ แต่ถ้าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นจริงตลาดงานของเราก็คงจะแคบลงเข้าไปอีก แคบเข้าไปอีกเรื่อย ๆ ถ้าเราไม่ลด ego ลงบ้าง หรือ คนที่ทำ css xhtml ได้แล้วบ้าง หากมองว่าแค่นี้ฉันก็พอแล้ว ทำได้แล้ว โดยไม่ศึกษาอะไรเพิ่มเติมเลย เอาเพียงแต่เทคนิค ไม่ศึกษาเข้าไปถึงแก่นอย่างจริงจัง (ไม่ต้องลึกมากถึงขนาดอ่านไปเสียทั้งหมด เข้าใจ concept หรือ guideline ง่าย ๆ ที่เขาทำให้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว) คงจะลำบากในเวทีโลก ถ้าคุณทำงานโดยที่ไม่เข้าใจ concept คุณก็คงต้องรอ guideline จากผู้บังคับบัญชา ถ้าไม่มีผู้บังคับบัญชา หรือผู้บังคับบัญชาไม่รู้ ถ้าไม่มี guideline คุณจะทำอย่างไร … รอขอคนอื่นสอน? ช่างเหอะเด๋วได้ทำค่อยทำ? หรือ เริ่มวันนี้ วันละนิดละน้อย ศึกษาด้วยตัวเอง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันช่วยกันพัฒนา เพราะมันเปลี่ยนกันบ่อย จะค่อย ๆ จมลงไป หรือ จะเดินเท่าเดิมไปเรื่อย ๆ หรือ อยากเป็นคนหนึ่งที่วิ่งเร็วกว่าใคร ๆ เขา ก็ลองพิจารณากันดู

สุดท้ายผมขออนุญาต ฝากอีกเรื่อง หนังสือ xhtml ของสำนักพิมพ์หนึ่ง ผมขอให้เลิกขายเถอะครับ สงสารเยาวชนบ้างเถอะ ถ้าจะให้ก็ให้ในสิ่งที่ถูกต้องเถอะครับ อย่าหวังแต่ได้อย่างเดียวเลย เพื่อบุคคลากรที่มีคุณภาพในอนาคต

กราบขอบพระคุณ และ เรียนไว้เพื่อพิจารณา

Back to Top

28 Responses to web standard บนเวทีการเมือง

  1. โน้ตจัง

    เข้ามาฮา สามบรรทัดท้ายๆ

    Reply

  2. i-pum-

    อ่านบทความแล้วรู้สึกว่า อนาคต อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างไม่มากก็น้อย แล้วเราจะทราบได้อย่างไร ว่า เว็บเราเป็น WebStandard หรือเปล่า อ่ะ

     

     
    ปล. คำว่า อนุญาต ไม่มีสระอิครับ

    Reply

  3. radiz

    แก้ละพี่โทษทีครับ 555+

    Reply

  4. oiljang

    สลด..ก็อยากวิ่งเร็วกับเขาบ้างอ่ะนะ

    Reply

  5. xhtml--จงเจริญ

    สุดท้าย..คนมีอำนาจก้อทำได้ทุกอย่าง

    Reply

  6. adkdev

    ลิงพวกหนึ่ง เคยอยู่บนต้นไม้ แต่คิดที่จะลงมาเดิน พอลงมาก็มีการ \"ปรับตัว\" จากเก็บผลไม้่กิน ก็ปลูกกินเอง ล่าสัตว์ ทำไร่ ทำสวน พัฒนาไปเรื่อยๆ สุดท้าย กลายเป็น \"คน\" และครองโลก

     

     
    ลิงอีกพวกหนึ่ง อยู่บนต้นไม้่ ไม่คิดจะลงมา เพราะคิดว่าอยู่บนต้นไม้ ก็มีผลไม้กินเยอะอยู่แล้ว ไม่รู้จะลงมาทำไม สุดท้าย ก็คือ \"ลิง\" เช่นเดิม

    Reply

  7. O@T

    ตราบใดที่ คนไทยยังไม่เห็นความสำคัญของเว็บไซต์ เเละใช้ไปในทางที่ไม่ี่ถูกที่ควร เเละไม่เข้าใจประโยชน์จากมัน ผมมองว่า ความเป็น standard จะไม่เกิดขึ้นอย่างเเน่นอน ไม่ว่าจะเป็นมาตฐานของเว็บ หรือมาตฐานของราคาก็ตาม สุดท้ายมันก็ตกอยู่ที่รัฐบาลอีกนั้นเเหละครับ ถ้าไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจน ไม่ให้ความรู้เเก่ประชาชนอย่างจริงจัง ก็จะไม่มีคำว่า standard อย่างเเน่นอน ICT ก็จะเป็นได้เเค่กระทรวงที่ตั้งมารองรับ บริษัทใด บริษัทหนึ่ง ก็เเค่นั้น

    Reply

  8. ฟองจัง

    บทความดี แต่ไม่ตรงจริตกับข้าพเจ้า

     

     
    อ่านแล้วหนักหัวเหลือเกิน (555)

     
    ไม่นึกว่า

     
    จะเขียนได้ถึงขนาดนี้นะเนี่ยะ

    Reply

  9. BizT

    No Comment (^_^)\"

    Reply

  10. BastardBoy

    ไม่ค่อยรู้เรื่องเวปเท่าไหร่ อ่านแล้วก็งง ๆ ว่ามันจะกระทบอะไรได้บ้าง แต่ก็พอจะเดา ๆ ได้ว่า น่าจะเยอะ ว่าแต่เพื่อนตูคิดได้ขนาดนี้แล้วเหรอ น่าจับไปเป็น สส เนอะ *-*

    Reply

  11. mook

    ทำไมคนไทย ถึงล้าหลังต่างชาติเสมอๆ ?

     

     
    อื้มมม … น่าคิดนะเฮีย

     

     
    บทความนี้ ถ้าจะจับ จับคนเขียนคนเดียวนะคะ

     

     

     
    คอมเม้นไม่เกี่ยว บังเอิญผ่านมา(ก๊าก)

     

     
    p.s. สำนักพิมพ์ไรอะเฮีย หนังสือไทยมันจะมี XHTML สักกี่เล่มกันเชียวเนียะ -\"-

    Reply

  12. itrain

    ขอบคุณที่มีบทความดีๆ ให้อ่านกัน

     
    อย่าเพิ่งหมดความหวัง อย่าท้อแท้ หากเป็นชาวพุทธ ก็ให้นึกถึงคำสอนศาสดาไว้ก่อน

     
    \"คนเรา…ใครจะไปถึงพระนิพพาน มันหนีบเอวกันไปไม่ได้หรอก\"

     

     
    ต่างคน ต่างไป

     
    เราเป็นเพียงแค่… ผู้แนะแนวทางเท่านั้น

     
    เราเป็นเพียงผู้ถ่ายทอด สิ่งที่เราพบเห็นแล้วเท่านั้น

     

     
    ขอให้ยึดมั่น คำสอนของศาสดานะครับ

      http://www.dsd.go.th/itrain

     

     
    ขอให้แสงสว่างทางปัญญา จงสถิตย์คู่อยู่กับเจ้าตลอดไป

     
    … อัศวินเจได

     

     

    Reply

  13. rookiedz

    เมื่อไร…..

     
    เราจะเดินนำหน้าเขาได้

     
    สลดใจ

    Reply

  14. vinnie

    ต้องมีคนอย่าง Radiz กับ ประสิทธิ์พรเยอะ ๆ บ้านเราจะได้วิ่งเร็ว ๆ กับเค้ามั่ง 555

    Reply

  15. Artofid

    เราไม่จำเป็นต้องแบกโลกไว้ทั้งโลกหรอกครับ บางทีคนอื่นเขาอาจจะเดินทางอื่นอยู่ก็ได้ เช่น

     

     
    สายฮาร์ดโค้ด –> Ruby on Rails, Ajax, .net

     

     
    สาย flash –> Flex, Paper vision

     

     
    สายอื่นๆ –> make money อย่างอื่นไม่สน (เจอแต่พวกแบบเนี้ย)

     

    Reply

  16. oat_army

    ผมว่า การพัฒนาต่างๆที่ จะเอาตามประเทศที่เจริญแล้วนั้น เป็นไปได้ช้าหรือไม่มีโอกาศจะเป็นก็เพราำะ เอาพวกนักการเมืองมาคุม กระทรวง ทบวง กรม ก็น่าจะรู้ที่มาของพวกนี้ว่ามาอย่างไร แต่จะทำอะไรได้หละ นอกจากเสียภาษีตามหน้าที่ต่อไป อิ อิ

    Reply

  17. ¸„.-·~¹°”ˆ˜¨

    Now it\’s time to declare its independence…

    Reply

  18. annimal

    :) จะหวังแค่เดินตามติดเขาให้ห่างแค่ 2-3 ก้าว ยังเครียดเลยน้องเอ๊ย ….

     
    แต่ คนเราต้องมีความหวัง เดี๋ยวพี่หายเหนื่อยจะมาหวังใหม่

     

     

    Reply

  19. Ch@T

    ตอนนี้ในหลายๆ วงการ พยายามจะเลิกพึ่งพิงรัฐ หันมาพึ่งตัวเอง และจับมือเป็นพันธมิตรกันมากขึ้น

     
    เนื่องจากหวังอะไรไม่ค่อยได้กับรัฐ (นอกจากไม่ช่วย แถมยังคอยสกัดขัดขาอีก)

     

     
    ในความคิดส่วนตัว ผมว่าการหากเราสามารถพัฒนาให้เกิดชุมชน หรือสังคมแห่งการเรียนรู้ขึ้นมา

     
    ก็คงจะช่วยได้บ้าง ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นกลไกธรรมชาติ ผู้แข็งแรง (พัฒนา) กว่าเท่านั้นจึงจะอยู่รอด

     

     
    ปล. เรื่องหนังสือ ถูกใจมากครับ คงไม่ใช่เล่มนั้นเล่มเดียว 555 บางเจ้าตั้งแต่ผมเรียนจนทำงาน ตัวอย่างก็แบบๆ เดิม

     
    เปลี่ยนแค่ตัวภาษา เหมือนไม่ได้พัฒนาอะไรเลย เศร้าใจแทน

    Reply

  20. radiz

    พี่แอนกลับม๊าาา อย่า ๆ เพิ่งเหนื่อย

     

     
    อาจารย์ฉัตร ตรงประเด็นขอบคุณมาก

    Reply

  21. พร อันทะ

    จินตนาการ ง่ายๆ และเห็นภาพ เป็นลำดับดังต่อไปนี้ครับ

    1. สงครามบราวเซอร์เริ่มต้นขึ้นอีกคำรบ และรุนแรงกว่าเดิม เพราะมีหลายเจ้าเข้าร่วมทำสงครามล้างเมืองนี้ โดย Firefox ภายใต้ถุงเงินของ Google เป็นหัวขบวนรบ เกาะตามมาห่างๆ ด้วย Opera และน้องใหม่ ร้าย แต่ไม่บริสุทธิ์ อย่าง Safari ที่ไม่รู้อะไรดลใจ ให้ลงสู่สงครามฝั่ง PC และสุดท้าย ผู้เคยครองโลกอย่าง IE

    2. ความเป็นหนึ่ง มุ่งไปทางเดียวกัน เพื่อประโยชน์ที่ได้เปรียบ และมากกว่าถูกดันขึ้นมาด้วยคำว่า Web Standards และมันได้ผล ส่วนแบ่งทาง การตลาดถูกกิน แบ่ง ซอย ย่อย ไปเรื่อยๆ ในขณะที่ IE ยังอยู่ห่างไกลกับคำว่า Standard (ในที่นี้คือ มาตรฐานของผู้ให้บริการ)

    3. และแล้ว ยักษ์ ก็ตื่น พร้อมกับการล้างห้องเครื่อง เป็นที่รู้กันว่า IE6 และ IE7 ไม่ได้มีฐานการสร้างของระบบมาจากคุณสมบัติ ตามที่ W3C
    กำหนด แต่เป็นของ MS เอง เพราะฉะนั้น IE8 ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ว่าจะปล่อยออกมาปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้าบ้าง จึงถูกเขียนขึ้นมาใหม่ ภายใต้คำ
    ประกาศ “จะทำให้ได้มาตรฐานมากกว่า FF ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องรอดู อีกไม่กี่อึดใจ

    4. จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าในอนาคต MS บังคับให้คนหันมาใช้ IE8 ที่ได้มาตรฐาน และแสดงผลหน้าเว็บเหมือนกันแทบทุกประการ กับ Modern Browsers ที่มีอยู่ในตอนนี้ เช่น Firefox หรือ Opera แสดงหน้าเว็บยังไง IE8 ก็แสดงหน้าเว็บอย่างนั้น และ ตามมาตรฐานด้วย

    5. ผมได้แค่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ นึกถึงวันที่สบถ ออกมาดังๆ ตอนที่ใช้ Firefox เข้าเว็บ เพราะ มันแตกกระเจิงกระจาย ดูไม่ได้ แล้วกรรมก็ไปตกกับ Firefox ว่า บราวเซอร์ ห่า อะไรวะ แสดงผลห่วยบรม แต่ สุดท้ายก็ถึงบางอ้อ บราวเซอร์ เขาดีเยี่ยม แต่สิ่งที่ห่วยบรมคือ เว็บเราเอง

    6. สงสัยหรือไม่ ว่าทำไม MS ไม่ประชาสัมพันธ์ IE7 เท่าที่ควร เพียงแค่ปล่อยให้การปรับเปลี่ยนเป็นไปอย่างเชื่องช้า เพียงแค่ MS ไม่อยากเสียงบประมาณ และพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะอีกไม่กี่ห้วงเพลา จะต้องกระหน่ำประชาสัมพันธ์กับ IE8 นั่นแหละ

    7. คงเห็นอนาคตอันเแสนสั้นเท่าวงจรชีวิตยุง อันนี้ใช่ไหมครับ ถ้าต้นปี 2552 MS หักคอผู้ใช้ให้ใช้ IE8 เพื่อผลทางธุรกิจที่มากกว่า แต่ไม่ถึงกระนั้นหรอก อย่าไปคิดมากว่ามันจะกระทบทั่วทั้งโลก เพราะ ต่างประเทศส่วนใหญ่เขาปรับกันไปหลายยกแล้ว แต่พี่ไทยนี่แหละ หุหุ

    8. สงสัยไหมครับ ว่าทำไม NOKIA ถึงเป็นผู้สนับสนุนหลักของ W3C แล้ว Nseries มันทำอะไรได้บ้าง อนาคตทุกอย่างจะไปอยู่ไหน ทำไม Apple ปล่อย Safari มา ก่อนที่จะปล่อย iPhone แล้วทำไม บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ ต่างส่งคนเข้าไปรุมทึ้งเก้าอี้สูงๆ ใน W3C

    9. และ ทำไม กระทรวง ICT บ้านเราถึงร่าเริ่ง

    10. ข้อ 9 อาจจะไม่เกี่ยวกัน แต่มันเกี่ยว

    Reply

  22. radiz

    เดือด

     

     
    คำพูดติดปากของ czarft พูดได้เลยว่ามันกำลังเดือด

    Reply

  23. annimal

    ยังไม่ปายหนาย…หลบเลียแผลใจชั่วคราวก่อน :)

     

     
    ไอ้เล่มที่ว่า พี่ก้อซื้อนะ 555 ซื้อมาอ่านแล้วก้อโดนพรมันประนามหยามหลู่อยู่ แต่ว่า ..ถ้าใครมีอยู่ในมือก้ออ่านไปเหอะ อ่านเพื่อให้รู้ว่าเคยเกิดมีสิ่งเหล่านี้กับประวัติศาสตร์ คนทำเว็บไทย แต่! อย่าลืมว่ามันเป็น \"ประวัติศาสตร์\" ไม่มี ความรู้ใดจีรังยั่งยืน ความรู้เป็นคำนามที่แปลก มีการเจริญเติบโตได้ พยายามก้าวให้ทันมันแล้วคุณจะภูมิใจได้กับตัวเอง

     

     
    สำหรับเม้นต์ของพรหล้า (กวนติงกันเล่น ๆ)

     

     
    1. —เหอะ ๆ ๆ

     

     
    2. —ฉานล่ะเพลีย

     

     
    3. —ICT:โอ๊ะโอ เจงเหรอตะเอง เค้ายังตามปิดเว็บโป๊อยู่เรย

     

     
    4. ​—ครายจะสนล่ะแกเอ๊ย

     

     
    5. ​—ตอนนี้ ป้าก้อเป็นโรค เคือง IE ไปแล้ว <IE 6>

     

     
    6. ​—เว็บหย่าย ๆ บางเว็บ: IE6 คือพระเจ้าน่ะซิหล่อน ช่างหัวตัวอื่น คราย ๆ ก้อใช้ IE6 จอ 800 ฉันก้อต้องเก็บไว้

     

     
    7. ​— เว็บหย่าย ๆ บางเว็บ: ฉันไม่รู้ฉันจะเป็นWEB2.0 (แล้วเว็บ 2.0มันเป็นยังไงอ่ะ!)

     

     

     
    8. ​—เว็บหย่าย ๆ บางเว็บ: เต้าข่าวรึเปล่าหล่อน

     

     

     
    9. ​— เพราะเขาอาจจะไม่ไหวจะเคลียร์ อิอิ

    Reply

  24. czarft

    ผมชอบมาตรฐาน

     
    เพราะว่ามาตรฐานทำให้ทุกอย่างมีแนวทาง

     

     
    ชีวิตเราขาดสิ่งเหล่านี้ไม่ได้

     
    ปล.

     
    เหมือนกับที่โลกเรายังคงมีเพลงทุกแนวออกมาเรื่อยๆ

     
    (เกี่ยว มั้ยวะ \"Stand Up For Rock N Roll\" Airbourne)

     

     

    Reply

  25. taxi_teesud

    เข้ามาอ่านเอาความรู้เฉยๆนะคะ สังคมบ้านเราเป็นยังไงทุกคนย่อมรู้แก่ใจ…

     

     

     
    ปล.ไม่ๆ นู๋ไม่เกี่ยวน้า ^o^!

    Reply

  26. bukoilza

    จะเดินไปเรื่อยๆล่ะ เดี๋ยวผมจม

     
    ผมก็ชอบมาตรฐานเครับ มันแนวดีครับพี่

     

     
    ขอบคุณบทความที่ดี มีประโยชน์ครับ

     

    Reply

  27. พร อันทะ

    อยากซี้ด มากกว่า

     
    ไปเว็บนี้ครับ รับรอง ไม่ผิดหวัง ของเขาดีจริงๆ

      http://www.isriya.com/

    Reply

  28. cat

    สมัยก่อนไม่ใช้ตารางเลย ใช้แต่ css แต่มันมีการเคลื่อนนิดหน่อย

    Reply

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Connect with Facebook

Back to Top